ความสุขเล็กๆ ในชุมชนบ้านเอื้ออาทร

ชื่อว่าชุมชน แถมเป็นชุมชนขนาดใหญ่อย่างโครงการบ้านเอื้ออาทร พุทธมณฑลสาย 5 ที่ผู้อาศัยจากหลายแหล่ง ภูมิภาค วัฒนธรรมความเป็นอยู่ต่างกัน แต่ต้องมารวมอยู่ด้วยกันไม่น้อยกว่า 3,000 ชีวิต โดยไม่รู้จักมักจี่มาก่อน ความสุขในชุมชนน่าจะหายากอยู่เหมือนกัน แต่อาจมีข้อยกเว้นสำหรับชุมชนบ้านเอื้ออาทร พุทธมณฑลสาย 5 สามารถสร้างสรรค์ความสุขให้เป็นชุมชน “สุขภาวะ” ได้อย่างน่าอัศจรรย์

อย่าลืมว่า ไม่มีชุมชนใดในโลกเริ่มต้นด้วยความเข้มแข็งในทันที ทุกชุมชนล้วนผ่านปัญหาและกระบวนการคัด เคี่ยว กรอง หล่อหลอม สั่งสมบทเรียนจากความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า จนฟูมฟักความเข้มแข็งขึ้นทีละน้อยๆ กระทั่งพัฒนาขึ้นเป็นชุมชนเข้มแข็งได้อย่างบ้านเอื้ออาทร พุทธมณฑลสาย 5 สมยศ อินทกุล สวมหมวก 2 ใบ ด้านหนึ่ง เป็นประธานชุมชนกับหมวกอีกใบเป็นประธานนิติบุคคลโครงการบ้านเอื้ออาทร พุทธมณฑลสาย 5 บอกว่า ทุกอย่างล้วนต้องใช้เวลา เพราะมีปัจจัยเกี่ยวข้องมากมาย และไม่อาจสำเร็จด้วยใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากต้องร่วมกันหลายๆ กลุ่มช่วยแก้ไขปัญหา ปัญหาหนักอกหนักใจภายในชุมชนผู้มีรายได้น้อยโดยทั่วๆ ไป จะเป็นยาเสพติด และการพนันซึ่งมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ ตามมาด้วยปัญหาการก่ออาชญากรรม ตั้งแต่ลักเล็กขโมยน้อยจนถึงจี้ปล้น แต่ที่นี่กลับมีน้อยมาก อันเป็นผลสืบเนื่องจากการวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างแยบยล “เราเริ่มต้นด้วยการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง คือวัยรุ่นระดับมัธยมต้นๆ แล้วใช้การอบรมผลร้ายของยาเสพติดและกีฬาเข้าช่วย เช่น ฝึกซ้อมฟุตซอล และแข่งขัน ขณะเดียวกันป้องกันคนค้ายาเสพติด ทั้งจากภายในและภายนอกโครงการ โดยใช้อุปกรณ์อย่างกล้องวงจรปิดเป็นเครื่องมือช่วยในทุกอาคาร” ในขณะการจัดการระบบความปลอดภัย สมยศก็ปรับเปลี่ยนจากเดิมเคยจ้างบริษัทเอกชนข้างนอกเข้ามา ก็เปลี่ยนเป็นคัดเลือกคนภายในชุมชนเป็นทีมรักษาความปลอดภัย “เพราะรู้จักคนในชุมชนดี ใครแปลกหน้าเข้ามาก็รู้ได้ทันที การดูแลควบคุมพื้นที่จึงง่ายกว่า”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth